บิดาทางการตลาด

บิดา การ ตลาด ทำควาามรู้จักกับการตลาดแบบเจาะลึก กับบิดาการตลาดของโลก

บิดา การ ตลาด

บิดา การ ตลาด ความหลากหลายของกิจกรรมมนุษย์ ที่มีผลโดยตรงต่อการแลกเปลี่ยนที่มีความสะดวกอย่างสมบูรณ์แบบ กระบวนการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ หรือบริการไปยังลูกค้า การตลาดจัดว่าเป็นศิลปะในการขายสินค้า ซึ่งในบางครั้งการขายนั้นเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของการตลาด ถูกมองว่าเป็นหน้าที่ขององค์กร และกลุ่มกระบวนเพื่อการผลิต การส่งสินค้า และการสื่อสารคุณค่าไปยังลูกค้า และการจัดการความสัมพันธ์ต่อลูกค้า ในทางที่เป็นประโยชน์แก่องค์กรและผู้ถือหุ้น การจัดการการตลาดเป็นศิลปะของการเลือกเป้าหมาย ตลอดจนการได้มาและการรักษาลูกค้า ผ่านทางการจัดคุณค่าของลูกค้าที่เหนือกว่า Philip Kotler บิดา การ ตลาด นักการตลาดผู้ยิ่งใหญ่ที่ใคร ๆ ก็จะต้องรู้จักอย่างแน่นอน ศาสตราจารย์ด้านการตลาดระหว่างประเทศ ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาลัยนอร์ทเวสต์เทริร์น สหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการตลาดสมัยใหม่

Phillip kotler เป็นบิดาทางการตลาด

  •  เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1931 จบปริญญาโทจาก University of Chicago ปริญญาเอกจาก MIT ในสาขาเศรษฐศาสตร์ หลังจากนั้นก็ศึกษาต่อด้านคณิตศาสตร์ที่ Harvard University และด้านพฤติกรรมศาสตร์ที่ University of Chicago ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ S.C. Johnson & Son แห่งภาควิชาการตลาดระหว่างประเทศ ประจำ Kellogg Graduate School of Management, Northwestern University
  • Kotler เขียนหนังสือด้านการตลาดออกมาแล้ว 15 เล่ม ได้แก่ Marketing Management ซึ่งได้รับการโหวตจากหนังสือพิมพ์ Financial Times ให้เป็นหนึ่งใน 50 สุดยอดหนังสือดีแห่งประวัติการณ์ ส่วนหนังสือเล่มอื่นๆ ของเขา ก็เช่น Principles of Marketing, Kotler on Marketing, Lateral Marketing, Marketing Insights from A to Z, Ten Deadly Marketing Sins, Social Marketing, Marketing Races, The Marketing of Nations ซึ่งเล่มหลังนี้มี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้แต่งร่วมด้วย
  • เขาได้รับโหวตให้เป็นผู้นำทางความคิดด้านการตลาด โดยเหล่าสมาชิกของสมาคมการตลาดอเมริกัน (American Marketing Association) และได้รับรางวัลเกียรติคุณอีกมากมาย อาทิ รางวัล Paul D. Converse รางวัล Steuart Henderson Britt รางวัล Distinguished Marketing Educator รางวัล Marketing Excellence รางวัล Charles Coolidge Parlin Marketing นอกจากนั้นยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบันด้วย
  • หนังสือของ Kotler บิดาการตลาด หลายเล่มกลายเป็นตำราอ้างอิงทางการตลาดที่ขาดไม่ได้ เป็นที่ยอมรับกันว่าเขาคือสุดยอดผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์การตลาด เล่ม Marketing Management : Analysis, Planning, Implementation and Control ของเขาถูกใช้เป็นตำราในโรงเรียนธุรกิจจำนวนมาก ตอนนี้ตีพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวคิดของเขานั้นร่วมสมัย อธิบายได้อย่างเห็นภาพ และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับเวลาไปบรรยายให้กับบริษัทต่างๆ ฟัง เขาก็จะช่วยเปรียบเทียบ และชี้จุดอ่อนของกลยุทธ์เดิมและแนะนำกลยุทธ์ใหม่ โดยมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน
บิดา การ ตลาด

ความสำคัญของการตลาด

  • การตลาดมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนจึงมีการแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ 
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้บุคคลในสังคม
  • เกิดอาชีพใหม่ ๆ ทำให้สามารถลดปัญหาการแย่งงาน และตกงาน
  • ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้า หรือบริการที่เหมาะสม
  • มีการกระจายรายได้ และมีอัตราการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น
  • ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจพัฒนาสินค้าและบริการ
  • ทำให้รายได้ของประชากรสูงขึ้น
  • เกิดเงินสะพัดในประเทศมากขึ้น
  • เกิดการค้าระหว่างประเทศ บิดา การ ตลาด มีการเปิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น
  • เกิดการหมุนเวียนของปัจจัยการผลิต
บิดา การ ตลาด

Phillip kotler กับคุณสมบัติที่ทำให้ผู้บริโภครักในแบรนด์ 

  • ผู้บริหารได้รับค่าตอบแทนอย่างงดงาม 
  • บริษัทไม่ได้เน้นกำไรที่มากเกินไป โด่งเกินไป ไม่ได้เริ่มจากจุดปะสงค์ที่กำไร แต่เริ่มจากการหาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสังคม เพื่อแบ่งปันกำไรที่ได้รับ
  • เปิดช่องทางให้พนักงาน และลูกค้าสามารถส่งเรื่องร้องเรียนถึงผู้บริหารได้โดยตรง 
  • จ่ายผลตอบแทนพนักงานให้กับคู่แข่ง และมีการฝึกอบรม
  • จ้างคนทำงานที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ซึ่งพนักงานจะต้องมีความห่วงใยซึ่งกัน และกัน 
  • การเลือกซัพพายเออร์ จะต้องเลือกซัพพลายเออร์ที่ผลิตชิ้นส่วน หรือสินค้าที่ดีที่สุด ไม่ใช่ซัพพลายเออร์ที่ให้ราคาต่ำที่สุด ซึ่งในอดีตเราจะเลือกซัพพลายเออร์ที่เสนอราคาถูกที่สุด ทำให้เปลี่ยนซัพพลายเออร์ไปเรื่อย ๆ แต่บริษัทที่ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ไม่ใช่ราคาถูกที่สุดอย่างในอดีต 
  • จ้างพนักงานที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร เพราะองค์กรที่เข้มจะมีวัฒนธรรมองค์กร เช่น วัฒนธรรมความเป็นมิตร วัฒนธรรมสร้างนวัตกรรม เป็นต้น 
  • บริษัทที่มีประสบการณ์สำเร็จ ไม่จำเป็นนนต้องมีงบการตลาดที่สูงกว่าคู่แข่งขัน แตาสามารถมีอัตราความพึงพอใจของลูกค้าสูงกว่าได้ เพราะเป็นแบรนด์ที่ดี ลูกค้าจะคอยโฆษณา หรือบอกต่อความพึงพอใจต่อคนอืนแทนบริษัท ดังนั้นจะใช้งบตต่ำ เพราะนักโฆษณา คือ ลูกค้าของตัวเราเอง

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม :