ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

‘เลือกตั้งเทศบาล’ 28 มีนาคม เปิดวิธีเช็คสิทธิ์ทำอย่างไรได้บ้าง?

กกต.เปิดเว็บไซต์ ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้งนายกอบจ.และส.อบจ. โดยใช้ เพียงเลขบัตรประชาชน 13 หลักในการค้นหา

คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้กำหนดจัดการเลือกตั้งสมาชิกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และ สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สภา อบจ.) ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือเลือกตั้งนอกเขต ฉะนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเดินทางกลับไปเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้าน

เพื่อความสะดวกสบายในการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ล่าสุด ทาง กกต.ได้ เปิดเว็บไซต์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นให้สามารถตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. และ สภา อบจ.ได้แล้วเพียงแค่ผู้มิสิทธิเลือกตั้งกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักในการค้นหาจากลิ้งนี้ 

หลังจาก กดเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อ ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น จะแสดงผลการตรวจสอบอย่างละเอียดได้แก่ ชื่อ , ประเภทการเลือกตั้งย่อย , เขตเลือกตั้ง , หน่วยเลือกตั้ง และสถานที่เลือกตั้ง เป็นต้น

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ได้แล้วเพียงแค่กรอกตัวเลข 13 หลัก

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

เช็ค 2 ขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ “เลือกตั้งเทศบาล” ที่จะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.64 โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

การเลือกตั้งเทศบาลครั้งนี้ จะเปิดคูหาตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. โดยเป็นการเลือกตั้งทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล

สำหรับการเลือกตั้ง “นายกเทศมนตรี” ให้ใช้เขตเทศบาลเป็นเขตเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้ง “สมาชิกสภาเทศบาล” ให้ใช้การแบ่งเขตเลือกตั้งตามประเภทของเทศบาล ดังนี้

1. เทศบาลตำบล แบ่งเป็น 2 เขตเลือกตั้ง

2. เทศบาลเมือง แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง

และ 3. เทศบาลนคร แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีได้ 1 คน และลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลได้ไม่เกิน 6 คน

สิ่งที่ผู้มีสิทธิ์ทุกคนต้องทราบ คือ ปกติแล้ว การเลือกตั้งเทศบาล ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่เปิดให้เลือกนอกเขตโดยทุกคนจะต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเทศบาลณ ภูมิลำเนาที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น โดย กกตจะทำการส่งเอกสารมาถึงทุก ๆบ้านเลขที่เพื่อแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ หรือถ้าเราไม่ได้รับจดหมายก็สามารถไปตรวจสอบได้ที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบจ. หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง

เมื่อได้รับเอกสารแล้วให้รีบตรวจสอบ หากพบว่าไม่มีชื่อตัวเองหรือมีข้อมูลผิดพลาด หรือมีรายชื่อคนไม่รู้จักมาอยู่ร่วมทะเบียนบ้านเดียวกันกับเรา ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยยื่นคำร้องต่อขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ กรณีตรวจสอบไม่พบชื่อตัวเอง หรือ พบบุคคลอยู่ในทะเบียนบ้านโดยไม่ได้อาศัยอยู่จริง โดยต้องแจ้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้งหรือภายใน 7 วันตั้งแต่วันเลือกตั้ง

นอกจากนี้ กกต.ยังเปิดให้สามารถเช็ครายชื่อของตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย

วิธีตรวจสอบสิทธิผ่านช่องทางออนไลน์ ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ 

1. เข้าไปยังเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบสิทธิคลิกที่นี่

2. กรอกเลขบัตรประชาชนของเราลงไปและกด ค้นหา

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถเช็คได้ว่า มีรายชื่อของตัวเองที่จะได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ไหม และต้องไปเลือกที่ไหน เลขที่เท่าไร เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปิดเอกสารหน้าคูหา

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

หากไม่ไปเลือกตั้งเทศบาลจะถูกจำกัดสิทธิ์อะไรบ้าง?

1. สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ถ. หรือ ผ.ถ. หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.

2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน

3. เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน ส.ถ. หรือ ผ.ถ.

4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง

5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น

ทั้งนี้ การถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี

 ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.นั้น ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี
ก่อนวันเลือกตั้ง ประชาชนต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

     คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

          1. มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

          2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง

          3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

          4. คุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

      ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

          1. เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

          2. อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

         3. ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

        4. วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

        5. มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่